ทดสอบงานจริง ไม่ใช่นับจำนวนฟีเจอร์

แอปที่เหมาะควรอธิบายได้ว่าสต๊อกและยอดค้างทุกตัวเลขมาจากไหน

เพิ่มสินค้าจริงไม่กี่รายการ แล้วทดลองซื้อ ขายแบบชำระบางส่วน โอนคลัง และยกเลิกรายการ จากนั้นเทียบสต๊อก ยอดลูกค้า และรายงาน

Salelog เก็บข้อมูลการดำเนินงาน ไม่ใช่ POS ระบบรับ PromptPay โปรแกรมบัญชี หรือระบบออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์

เริ่มด้วยแผนฟรีและทดลองหนึ่งวันทำงานจริงก่อนสมัครสมาชิก

  1. ใช้สถานการณ์ทดสอบเดียวกันกับทุกแอป

  2. ตรวจมือถือ ออฟไลน์ บาร์โค้ด และสิทธิ์

  3. แยกงานสต๊อกจาก POS และบัญชีให้ชัด

เริ่มจากปัญหาที่ต้องแก้

ระบุให้ชัดว่าปัญหาคือจำนวนคงเหลือผิด ลูกหนี้จำไม่ได้ สินค้าอยู่หลายจุด หรือคีย์รายการช้า ใช้ปัญหา เหล่านี้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ ไม่ใช่รายการฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้งานจริง

ทดลองทำรายการผิดโดยตั้งใจ

ใส่จำนวนผิด ยกเลิกการขาย แล้วบันทึกใหม่ ตรวจว่าคุณเข้าใจผลต่อสต๊อกและยอดค้างได้โดยไม่ต้องเปิดสมุด หรือสร้างไฟล์อีกชุดหรือไม่

อย่าซื้อความซับซ้อนเผื่ออนาคต

ธุรกิจขนาดใหญ่อาจต้องใช้ ERP แต่ร้านเล็กควรให้ความสำคัญกับงานที่ทำได้จริงหน้าชั้นสินค้า ในคลัง หรือระหว่างเดินทาง โดยไม่ต้องเปิดคู่มือยาวทุกครั้ง

Salelog

ควรตรวจอะไรให้ครบก่อนเลือก?

การทดสอบแบบไหนเห็นภาพที่สุด?

ติดตามสินค้าหนึ่งรายการตั้งแต่ซื้อเข้า ขาย รับชำระบางส่วน โอนไปอีกคลัง และยกเลิก ทุกยอดสุดท้ายควรย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ได้

ทดลอง Salelog ฟรีได้หรือไม่?

ได้ ทดลอง workflow หลักภายในขอบเขตแผนฟรี และตรวจราคาและความจุปัจจุบันจากหน้าสมาชิกในแอปเสมอ

เมื่อใดควรใช้ระบบอื่น?

หากต้องการ POS, PromptPay, e-Tax Invoice, บัญชี, ตรวจนับสต๊อก, พิมพ์ฉลาก, lot/expiry หรือ marketplace integration ให้ใช้ระบบเฉพาะทางที่ตรวจสอบแล้ว

จำลองหนึ่งวันทำงานจริง

ติดตามสินค้าเดียวตั้งแต่รับเข้า ขาย รับเงิน จนถึงสต๊อกและรายงานปลายวัน