สินค้าเข้า ยอดค้าง และค่าใช้จ่ายไม่ใช่รายการเดียวกัน

แยกจำนวนที่รับเข้า เงินที่จ่าย และต้นทุนดำเนินงานให้ตรวจสอบได้

บันทึก purchase พร้อมสินค้า จำนวน ราคา และคลังเพื่อเพิ่มสต๊อก แล้วบันทึก payment เพื่ออธิบายยอดที่ยังค้างกับซัพพลายเออร์

ค่าเช่าแผง ค่าขนส่ง หรือค่าใช้จ่ายที่ไม่เพิ่มสินค้า ควรอยู่ใน expense ไม่ใช่สร้าง quantity ที่ไม่มีจริง

ทดลองซื้อแบบจ่ายบางส่วนและค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับสต๊อกหนึ่งรายการ

  1. Purchase เพิ่มสินค้าในคลัง

  2. Payment อธิบายยอดค้างซัพพลายเออร์

  3. Expense ไม่เพิ่มจำนวนสินค้า

เลือกคลังที่รับของจริง

สินค้าจากซัพพลายเออร์อาจเข้าโกดังหลัก สาขา หรือเวิร์กช็อป เลือก location ให้ถูก เพราะยอดรวมบริษัท ไม่ได้บอกว่าของอยู่ที่ไหน

อย่าซ่อนค่าใช้จ่ายไว้ในจำนวนสินค้า

ค่าขนส่ง ค่าเช่าแผง หรือค่าเดินทางมีความหมายต่อธุรกิจ แต่ไม่ใช่จำนวนสินค้าที่เพิ่มขึ้น บันทึกเป็น expense ตามความหมายของมัน

ตรวจยอดค้างจากรายการต้นทาง

หากยอดซัพพลายเออร์ไม่ชัด ให้ตรวจ purchase, cancellation และ payment อย่าแก้ยอดรวมด้วยทางลัดที่ ลบเรื่องราวของธุรกรรม

Salelog

แยกเงินออกแต่ละประเภทให้ชัด

Purchase ต่างจาก expense อย่างไร?

Purchase มีสินค้าและจำนวนที่รับเข้าคลัง ส่วน expense คือค่าใช้จ่ายธุรกิจที่ไม่เพิ่มสต๊อกสินค้า

บันทึกชำระซัพพลายเออร์บางส่วนได้หรือไม่?

ได้ใน workflow ที่รองรับ ยอดค้างอิงจาก purchases และ payments ที่บันทึก ไม่ได้กระทบยอดอัตโนมัติกับธนาคารหรือ PromptPay

ระบบส่งคำสั่งซื้อให้ซัพพลายเออร์หรือไม่?

ไม่รองรับคำมั่นเรื่อง purchase order, supplier portal, approval หรือ automatic reorder

ทดลองวงจรซื้อหนึ่งครั้ง

รับสินค้า จ่ายบางส่วน และตรวจทั้งจำนวนคงเหลือกับยอดซัพพลายเออร์